Article 77 of this vegus24th 2557


เว็บไซต์บอลออนไลน์ ที่ดีที่สุด ฝากขั้นต่ำ 70 มาแล้ว website แทงบอลออนไลน์เปิดบริการตลอด24ชั่วโมง สะดวก รวมทั้ง ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ ทั่วทั้งโลก 1 ไอดี เล่นได้ทั้งหมดทุกอย่าง การเงินมั่นคงจ่ายหนักจ่ายจริงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เว้ปตรงไม่ผ่านเอเยนต์แทงบอลสเต็ปบาคาร่าออนไลน์คืนค่าคอมสูงสุด 23% คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงบาคาร่าออนไลน์ได้กำไรให้ได้สมัครง่ายไม่ยุ่งยากหลายเกมส์ให้ร่วมบันเทิงใจคาสิโนออนไลน์ที่ใหญ่และนิยมที่สุดในไทย แจ้งโอน ภายในเวลา 9 นาที รองรับมือถือ android และ ios เปิดมานานกว่า 5 ปี ให้บริการแทงบอลออนไลน์คาสิโนออนไลน์ บาสเกตบอล หวยมั่นคงได้เงินจริง

คนกลัว vegus168 "แพ้'" มากยิ่งกว่าต้องการ "ชนะ"
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าต้องการ "ชนะ"
ผู้ที่มีความชำนาญทางสถิติปั๊มตัวเลขออกมาเผยว่า ถ้าเกิดอัตราการทะลวงตาข่ายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังร้อนแรงแบบก่อนหน้านี้สิบเอ็ดเกมแล้ว เมื่อถึงสิ้นสุดซีซั่นกลุ่มของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการยิงได้ถึง 133 ลูก
ใช่ครับ โน่นเป็นการคาดคะเนและก็เป็นการอาศัยหลักทางเลขคณิตมาพินิจพิจารณา
ภายใต้ความมืดของท้องฟ้า แสงสปอตไลต์ที่สาดส่องลงผืนหญ้าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำให้มองเห็นร่างนักเตะชุดสีน้ำเงินกับแดงวิ่งตามกวดลูกหนังลูกเดียวท่ามกลางเสียงกรีดจากสิ่งมีชีวิตร่วมสี่หมื่น เป็นเกมที่สนุกพอสมควร เป็นเกมที่ตื่นเต้นพอได้
"ผมไม่สนใจสถิติพวกนั้นหรอก ผมรู้แต่ที่ผมมองจากข้างสนาม รอมได้โอกาสทำแต้มได้แต่ว่าโดนเซฟ เขาเล่นได้ดิบได้ดีตามสายตาของผม" ผู้ที่พูดประโยคนี้ก็เป็นคนที่คุณก็รู้ว่าคนไหนกัน เขาออกมาคุ้มครองป้องกันลูกน้องตัวเองหลังจากมีนักข่าวสารยกมือถามหาอีกเกมที่ศีรษะหอกเจ้าของค่าหัว 75 ล้านปอนด์ไม่จริงจัง โดยไม่มีโอกาสได้สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษเชลซีเลย
ไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ ใช้นิ้วนับก็รวมที่ได้สัมผัสบอล... 24 i99win ครั้ง
ใครสักคนอาจอยากอุทาน "โอ้ววว พระเจ้า มีวิวัฒนาการแบบเดียวกันนะพวกเรา เยอะแยะกว่าวันแดงเดือด!!!"
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าต้องการ "ชนะ"
ถ้าเกิดใครกันแน่ที่ยักไหล่พลางบ้วนน้ำลายบอก "ไม่สนใจสถิติ" ก็เป็นคนที่วันแถลงข่าวก่อนเกมพึ่งจะผายมือพูดใส่ไมค์เองว่า "คุณจะเขียนอะไรก็ได้แต่อย่าลืมตัวเลข 25 โทรฟี้ด้วย"
ถูกครับผม 25 แชมเปี้ยนเป็นปริมาณศักดิ์ศรีที่ผู้ฝึกสอนโปรเหม็นตุกีสไขว่คว้าได้บนเส้นทางสายนี้
แม้กระนั้น ความยียวนหรือการที่ชอบทำตัว "ว่าแต่ว่าเขา อิเหนาเอาซะเอง" ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้นาทีนี้นครแมนเชสเตอร์ฉาบด้วยสีฟ้าไปทั่วหรอก จากที่เคยแทรกแข่งขันกันชนิดหายใจรดต้นคอกลับมามีระยะห่างถึง 8 แต้ม ถึงแม้ยังไม่ไปสู่เดือนสุดท้ายของหน้าปฏิทินเลย
นับแต่จัดตั้งขึ้นพรีเมียร์ลีกมา ไม่มีหรอกนะครับที่จะมีซีซั่นไหนจ่าฝูงทิ้งทีมชั้นสองมากมายเท่านี้ อย่าลืมว่านี่ก็ยังเป็นปีที่เราต่างเชื่อว่าอาจจะแย่งกันเข้มข้นที่สุด มองการเสริมทัพ มองจากการเติบโตขึ้นของทีมอย่างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ตลอดจนถึงเป็นปีที่สองการควบคุมของมูรินโญ่ด้วย ซึ่งที่ผ่านมามักจบลงด้วยการจุมพิตถ้วย
ยังแน่ ยังเร็วไปที่จะฟันธง
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าต้องการ "ชนะ"
แม้ก้อนตะกอนที่เกิดขึ้นที่ทุกคนเห็นก็คงเลี่ยงมิได้จำต้องวิพากษ์ถึงผู้จัดการทีมฟุตบอลผู้มี "25 โทรฟี้" ติดสองบ่า เขาจะมีปรัชญาของตัวเองเช่นไรก็ช่าง เป็นสิทธิของคุณแม้กระนั้นยิ่งเขาถือมั่น ยึดถือและไม่ปลดปล่อยว่าง ก็ยิ่งจะสะท้อนถึงความแตกต่างและก็ความห่างจากคู่ปรับตลอดชีวิตผู้มีชื่อว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
สถิติ 10 คราวหน้าสุดที่สมัยก่อนเทรนเนอร์เรอัล มาดริด พาทีมตนเอง (รวมเชลซีภาคสอง) ด้วยบุกรังสโมสรท็อปซิกข์ซ์ของประเทศสะกดได้อย่างน่าทุเรศทุรังยิ่ง : 10 เกม เสมอ 5 แพ้ 5 ยิงได้แค่ 1 ลูก!!!
ถ้าเกิดนี่เป็นคริสตัล พาเลซ เป็นซันเดอร์แลนด์หรือเป็นฮัลล์ ซิตี้ ก็ว่าอย่าง
ผมรู้เรื่องว่าต่างยุค ต่างยุค ผมก็ยังเชื่อว่าแฟนผีจำเป็นต้องลืมไปซะการบรรลุผลอันยิ่งใหญ่ตอน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปกครอง แต่ว่านี่มันไม่ใช่แล้ว
1. มันไม่ใช่ผลงานของชมรมที่มีโลโก้อสุรีผู้อยากจะท้าชิงบัลลังก์ทุกปี
2. มันยิ่งไม่ใช่เร็กคอร์ดของหนึ่งในผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ดีสุดของโลกยุคปัจจุบัน
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าอยาก "ชนะ"
"You are not special any more" ก้องกังวานสแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงท้ายๆของเกมเมื่อวันอาทิตย์ โดยที่กล้องทีวีก็แพนไปยังมูรินโญ่ที่ยืนเพ่งมองเกมด้วยแววตาที่ศิโรราบให้แล้วต่อสกอร์
อืมมม คุณไม่ใช่ "สเปเชียล วัน" อีกต่อไป...
จะใช่ได้อย่างไรต่อสถิติชั่วๆราวกับพวกกลุ่มรองบ่อนอย่างนั้น
ย้อนกลับไปวันที่เปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เฉือนท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เสร็จ 1-0 ก็ต้องชี้แจงว่ามันเป็นความบังเอิญของการลงล็อกมากยิ่งกว่าจะมาจากวิธีซักฝึกซ้อม ลูกที่ ดาบิด เด เคอา เตะโด่งมาเข้าหัว โรเมลู ลูกาฉัน ก่อนบอลเด้งเข้าพบ อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล ย่อมมิได้เป็นสิ่งที่จัดเตรียมเอาไว้ มันเป็นชั้นเชิงที่ถูกสั่งให้ทำบนเหตุการณ์อย่างงั้น ทั้งสภาพภูมิอากาศฝนตกตลอด อีกทั้งการต่อบอลก็โดนเกมเพรสเร็วของไก่เข้าบีบ
มาดูประตูของเชลซีซิครับ มันเสมือนการรีเพลย์เทปจากอาทิตย์ก่อนๆหรือไม่
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าอยาก "ชนะ"
ลูกครอสจากฝั่งขวาจาก เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เข้าไปกลางเขตโทษให้ อัลบาโร่ โมราต้า ปิดบัญชี นี่เป็นแอสซิตส์ลูกที่ 5 แล้วที่กองหลังสเปนส่งให้กองหน้าสเปน สูงสุดของลีกกว่าทุกๆพาร์ตเนอร์ด้วย
นี่ต่างหากมาจากการฝึกซ้อมในทุกวัน เป็นเยี่ยมในหมากที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ตระหนักว่ายามที่ปีกสองฝั่งหรือวิงแบ็กสองข้างถูกเกาะติดตายก็จำต้องอาศัยการเติมขึ้นมาของสต็อปเปอร์
มูรินโญ่บางทีอาจเอาระบบกองหลังสามตัวมาใช้ แต่ความแตกต่างคือป้อมหลังจะยืนเรียงไลน์เดียวกันแทบไม่มีพาบอลไปข้างหน้าเลย
เอริก ไบยี่, คริส สมอลลิ่ง กับ ฟิล โจนส์ เสมือนถูกโซ่ตรวนว่าห้ามไปสูงเลย 40 หลาจากประตูตนเอง โดยสิ่งนี้ก็เช่นเดียวกับวันพบสเปอร์สที่ผมได้เขียนไปแล้วว่าอีกทั้ง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กับ แยน แฟร์ต็องเก้น ก็จะหาจังหวะเพิ่มเติมยามพื้นที่เปิด
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าต้องการ "ชนะ"
อืมมม ระบบเดียวกันแต่เนื้อหาก็สะท้อนความเป็นมูรินโญ่เต็มๆ
ก็ยังมีคนชี้นำถึงฟอร์มการเล่นของผู้เล่นภูติผีปีศาจบางบุคคลที่ดร็อปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฮนริค มคิทาร์ยาน ข้างหลังเปิดซีซั่นฉูดฉาด แต่อย่าลืมเหตุว่าระยะหลังโปรแกรมของกลุ่มยากกว่าตอนแรก นอกจากผู้เล่นคุณลักษณะอย่าง "มคิ" ก็จะไปงัดของยอดเยี่ยมออกมาได้ยังไงเมื่อจำต้องอยู่ภายใต้แท็กติกน่าอึดอัด
เพียงพอมูรินโญ่แงะรถบัสไปวางที่แอนฟิลด์ เกมแดงเดือดน่าเอาตัวซุกใต้ผ้าที่มีไว้ห่มก็โดนด่า
พอเปิดหน้าบุกเยอะขึ้นหน่อย (แม้กระนั้นยังระวังตามสไตล์) ก็มีจุดอ่อนโผล่ขึ้นมา เกมรับมีรูให้คู่ต่อสู้เจาะ ในขณะที่เกมรุกก็เหมือนเก้กังแปลงเป็นนักมวยที่เหมือนจะเดินบุกแม้กระนั้นก็ไม่จู่โจมเต็มที่ ได้เพียงแค่แย็บแล้ววนไปบนเวที
ครับผม บอลเอนเตอร์เทนล้มเหลวหรือไปไม่ถึงฝั่งฝันก็มี แบบอย่างแจ่มกระจ่างก็ลิเวอร์พูลของ พบร์เก้น คล็อปป์ หรือหมุนเข็มนาฬิกากลับไปกลางทศวรรษ 90 ก็นิวคาสเซิ่ลสมัย เควิน คีแกน
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าต้องการ "ชนะ"
ปัญหาบนคิ้วที่ขมวดหากันของบรรดาเร้ด อาร์มี่ส์เป็น ฤดูกาลนี้จาก 11 เกมเก็บไป 23 แต้ม ไม่เชิงว่าย่ำแย่ อย่างน้อยในรังก็กวาดชัยรวดเรียบเพียงแต่เนื่องจากครั้งนี้มีกลุ่มที่ดีมากกว่าพวกเขาแถมเป็นศัตรูร่วมเมือง เป็นกลุ่มที่เคยโดนกระทบกระเทียบว่าเป็นพวก "Noisy Neighbour" (เพื่อนบ้านน่าหนวกหู) และก็ตกใต้ร่มเงาเสมอมา
เหนืออื่นใด ทุกริ้วรอย ทุกรูขุมขน ทุกอณูของการรับชม
ช่วงนี้บอลเป๊ปกำลังพีก ทั้งยังมองสนุกสนาน สวย รวมทั้งมีวิธีการเข้าทำมีแบบกระจ่างแจ้ง ใช่ครับผม - ทุกอย่างต่างจากบอลมูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเป็นภาพยนตร์คนละแนวเลย
ดูซิ ต้องเบ่งตาดู
แมนฯ ซิตี้ชุดนี้กับเพลานี้ นักฟุตบอลอย่าง นิโกลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์, ฟาเบียน เดล์ฟ, ราฮีม สเตอร์ลิง, ลีรอย ซาเน่ จนถึง เควิน เดอ บรอยน์ ราวกับว่าอยู่กับเป๊ปมาตั้งแต่อายุ 15 ขวบ ทุกคนต่างดูดซึม ปรับพฤติกรรมรวมทั้งเข้าใจปรัชญาที่นายจ้างอยากได้
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าอยาก "ชนะ"
คนใดกันจะมั่นใจว่ากลุ่มที่มีคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟที่เฟะฟอะ ทำผิดพลาดบ่อยอย่างงั้นจะอยู่กับทีมที่ครอบครองฝูงแถมกวาดไปกระจุย 31 แต้มจาก 11 เกม
ฮาเวียร์ มาสหนวดเคราโน่ เล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟมิได้ ก็ทำได้ ฟิลิปป์ ลาห์ม ยืนมิดฟิลด์ตัวรับไม่ได้ ก็ทำได้
เออ...เพราะเหตุใดเดลฟ์จะมาเป็นแบ็กซ้ายไม่ได้บ้าง!
แล้วอะไรบ้างที่มูรินโญ่ได้ก่อสร้างกับทีมของเขาบนจำนวนเวลาที่เท่าๆกับเป๊ป??
คำตอบแรกที่กระดอนขึ้นมาในทันทีก็คือ มารูยาน เฟลไลนี่
หากมูรินโญ่มักซื้อนักเตะรูปร่างสูงใหญ่ เป๊ปก็ขอเลือกไซส์ไม่นิลงหน่อย สิ่งหนึ่งสลับคนสองคนไปอยู่คุมคนละฝั่งของเมืองก็น่าจะมิได้สิ่งที่ปรากฏทุกอาทิตย์แน่ๆ
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าอยาก "ชนะ"
ผมทราบว่าความจริงสถิติของผีก็ห่วยมาก่อนแล้วแต่ไหนแม้กระนั้นไรยามลงมาสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยชนะเพียงแค่ 1 นับจากปี 2002 เป็นต้นมา
ถ้าหากมันไม่ใช่แค่นัดหมายนี้หรอก
จากหนังสือที่เขียนถึงมูรินโญ่โดยผู้รายงานข่าวชาววัวกระทิงที่สนิทกับเจ้าตัวสูงที่สุดเคยอธิบายเอาไว้ถึงกฎเหล็ก 7 ข้อถึงกรรมวิธีการเซตกลุ่มของผู้จัดการทีมฟุตบอลซาตานแดงคนปัจจุบันนี้ยามพาทีมลงทำศึกทำสงครามบิ๊กแมตช์
1. เกมจะชนะด้วยทีมใดก็ตามที่ทำผิดพลาดน้อยกว่า
2. กลุ่มที่ทำผิดพลาดมากมายกว่าก็มักจะทำให้อีกทีมได้เปรียบขึ้นมาในทันที
3. ยิ่งถ้าออกนอกบ้านแทนที่จะอุตสาหะครอบครองบอลบุกให้มากกว่า สิ่งที่ควรจะทำคือบีบให้คู่ต่อสู้พลาดต่างหาก
4. อย่าไปคิดเรื่องครองบอลมากมายเพราะว่ายิ่งครองบอลจะยิ่งบกพร่อง
5. ผู้ใดที่มีบอลกับตัวเองจะยิ่งมีความกลัวตามมา
6. ด้วยเหตุผลดังกล่าว สิ่งที่ต้องทำคืออย่าไปครองบอลเยอะ ก็จะลดจุดบกพร่องได้เอง
7. ควรจำไว้การไม่มีบอลก็จะก่อให้ทีมได้เปรียบขึ้นเอง
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าอยาก "ชนะ"
อ่านครบเจ็ดข้อและยิ่งสะท้อนสิ่งที่พวกเราพบเห็นกลุ่มของมูรินโญ่โดยเฉพาะพอเพียงยุคที่บาร์เซโลน่าแข็งแกร่งเกือบจะไม่มีใครสู้ได้สมัยเป๊ปสร้างชื่อ ก็ยิ่งรู้สึกเฉยๆของการดูบอลจากแดงเดือดมาถึงเมื่อวันอาทิตย์
เพราะนี่คือผู้ที่ไม่อยากแพ้ไว้ก่อน โดยมิได้คำนึงว่าจำเป็นต้องชนะหรือเปล่า

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์พนันบอล
เว็บ บอล แจก โบนัส ฟรี 2018 เว็บบอลแจกเครดิตฟรีไม่ต้องฝาก เว็บพนัน ดีที่สุด pantip เว็บพนันบอล ดีที่สุด เว็บพนันบอล ดีที่สุด 2018 พนันบอลออนไลน์ ฟรี เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip vegus168 pantip